แผนงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕

มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิและดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ การดำเนินงานมุ่งเน้นการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคคลด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เนื่องจากที่ผ่านมาโครงการพัฒนาต่างๆ ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนรวมทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง ทางมูลนิธิฯ จึงได้กำหนดให้มีโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาและหนุนเสริมให้มีการใช้หลักการด้านสิทธิมนุษยชนให้มากขึ้นในการจัดการและพัฒนาโครงการต่างๆที่จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยรวม การนี้ทางมูลนิธิ ได้เปิดการอบรม ระยะยาวเป็นเวลาประมาณ ๖ เดือน ในแต่ละปีที่ผ่านมา  ให้กับผู้สนใจจาก ๖ ประเทศลุ่มน้ำโขง ได้แก่ ไทย  ลาว กัมพูชา  เวียดนาม เมียนมาร์ และ จีน โดยรับอาสาสมัครประเทศละ ๒ และ จากประเทศเมียนมาร์     ๘   คน เข้าร่วมโครงการ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมกันสร้างเครือข่ายการทำงานด้านสังคมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันให้เกิดการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งนี้ในแต่ละปีจะมีการรับสมัครผู้สนใจเข้าอบรมในระดับรากหญ้าและสนใจปัญหาดังกล่าวอย่างแท้จริง  โดยสถานที่ฝึกอบรมตั้งอยู่ที่ ณ ที่ทำการมูลนิธิฯ เลขที่ ๑๗๙  หมู่ที่ ๑  ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โครงการฝึกอบรมดังกล่าว ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ ปีพ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นมา

ในปี ๒๕๖๕ แผนงานโครงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพ มีการปรับเปลี่ยนแผนงานโครงการเริ่มและจบโครงการ

โครงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพ จะเริ่มเปิดการฝึกอบรมในช่วงเดือน มิถุนายน ๒๕๖๕ และ จะจบโครงการในช่วงเดือน ธันวาคม ๒๕๖๕ และรับผู้เข้าร่วมฝึกอบรม ๑๘ คน จากประเทศลุ่มน้ำโขง เช่นเดิม และจะรับอาสาสมัครชาวต่างชาติเพื่อเป็นผู้ช่วยในโครงการอีก ๓ คน

-แผนงานอาจจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด 19 และอาจจะเป็นการฝึกอบรมแบบออนไลเป็นบางช่วง ขึ้นอยู่การการบริหารและประสานงานของทีมฝึกอบรมต่อไป

การทำงานสร้างความร่วมมือทางด้านการรักษ์ษาวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม กับองค์กรต่างๆ ที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ที่คิดว่ากำลังมีปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากโครางการพัฒนาต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทางมูลนิธิจะเป็นองค์กรกลางเพื่อการประสานงาน เพื่อให้เกิดการสร้างความเป็นธรรมและร่วมมือในการรักษ์ษาสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม ในภูมิภาคกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง

การลงพื้นที่ เพื่อสำรวจดูงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯในประเทศไทย เพื่อหาพื้นเรียนรู้ใหม่ๆ ในการเป็นกรณีศึกษาตัวอย่าง ให้กับผู้ร่วมร่วมอบรมในรุ่นต่อๆไป เช่น พื้นที่สภาพแวดล้อมทางชายทะเลในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภถูมิอากาศโลก พื้นที่ป่าชุมชนในภาคเหนือ พื้นที่ระบบการจัดการน้ำและวัฒนธรรม ในภาคอีสาน และพื้นที่ต่างๆ ที่มีความหลากหลายทางด้าน สังคม และวัฒนธรรม เป็นต้น

การฝึกอบรมระยะสั้น ทางด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อให้มีการทำงานร่วมกันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดจนทำความเข้าใจกฎหมายพื้นฐานระหว่างประเทศที่มีความแตกต่างกัน เพื่อสามารถน้ำไปปรับใช้ในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมต่อไป

การสนับสนุนกิจกรรมร่วมกับรัฐบาลเพื่อสนับกิจกรรมชุมชนไทย เช่น งานกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ กิจกรรมวันพ่อ วันแม่แห่งชาติ และกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของชุมชนไทย

การบริหารแผนงานและกิจกรรมของมูลนิธิ นั้น จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด 19 ด้วย มูลนิธิจะพยายามดำเนินโครงการต่างๆ ให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้

โครงสร้างองค์กรและการบริหารงานของมูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

กิจกรรมและการดำเนินโครงการ 
ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ มูลนิธิฯ ได้วางแผนการดำเนินกิจกรรมไว้  ๔ โครงการหลักเหมือนเดิม คือ โครงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพ โครงการสนับสนุนการสร้างเครือข่าย  โครงการฝึกอบรมนิติศาสตร์สิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง โครงการสือสารและสนับสนุนกิจกรรมชุมชนไทย โดยจะได้รับทุนสนับสนุนโครงการจาก  EARTHRIGHTS INTERNATIONAL เพื่อดำเนินกิจกรรม รายละเอียดของกิจกรรมมีดังต่อไปนี้
. โครงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพ   
โครงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพ ดำเนินการครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ และโครงการได้ดำเนินงานต่อเนื่อง     จนกระทั่งปัจจุบันเมื่อมูลนิธิฯ ที่ได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งขึ้น ในปี ๒๕๕๓
โดยแผนงานในปีนี้ เราได้แบ่งการดำเดินงานด้าน ฝึกอบรม ตามโครงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพ
เริ่มเดือน มิถุนายน ๒๕๖๕ – ธันวาคม ๒๕๖๕
โดยการฝึกอบรม ได้แบ่งกิจกรรมและการฝึกอบรมเป็น ๔ ช่วงด้วยกัน ในปี ๒๕๖๕
ช่วงที่ ๑   มกราคม-เมษายน ๒๕๖๕  ขั้นตอนการเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมอบรม หลังจากที่ทำการคัดเลือกใบสมัครครบเต็มจำนวนแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงาน และอาสาสมัครชาวต่างชาติ ลงพื้นที่ สัมภาษณ์ เพื่อคัดเลือกผู้เข้าร่วมอบรม จาก ประเทศ ไทย ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา  เวียดนาม และ จีน (อยู่ระหว่างการวางแผน)  ประเทศ ละ ๒ คน มาจากประเทศ เมียนมา ๘ คนรวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑๖ คน ถึง ๑๘ คน ตามแผนงานงบประมาณที่ตั้งไว้
เจ้าหน้าที่ทำการออกหนังสือรับรองเพื่อขอวีซ่า และสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยต่อไป ในเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๕
ช่วงที่ ๒   มิถุนายน  ๒๕๖๕  เปิดโครงการ ได้กำหนดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องเรียนโดยแบ่งประเด็นการเรียนรู้เป็นหมวดวิชาฝึกอบรมต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น การฝึกอบรมว่าด้วยการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม กฎหมายสิ่งแวดล้อมสากล กลไกการทำงานของสถาบันการเงินนานาชาติ เป็นต้น โดยได้มีการเชิญวิทยากรผู้มีความรู้และประสบการณ์ในประเด็นต่างๆ จากทั่วโลกและภายในประเทศไทย และในระหว่างนี้ ได้มีการออกศึกษาดูงานสนามในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทยสลับกับการเรียนและฝึกอบรมในห้องเรียนด้วย เช่น การศึกษาดูงานพื้นที่ลุ่มน้ำโขง อำภอเชียงของ  จังหวัดเชียงราย โครงการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง บ้านแหง จังหวัดลำปาง  โครงการจัดการป่าชุมชนโดยชาวบ้าน บ้านหนองเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น การออกสนามเพื่อศึกษาดูงานนั้น ก็เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาให้กับผู้เข้าอบรม  มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากชาวบ้านในพื้นที่จริง รวมทั้งการจัดตั้งองค์กรชุมชนและการสร้างเครือข่าย
ช่วงที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๕ ถึง  ตุลาคม ๒๕๖๕ โครงการทำงานการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการระยะสั้นในประเด็นที่ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมสนใจ  โดยการเลือกพื้นที่และกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งการพัฒนา สภาพแวดล้อม และวิถีชีวิตชุมชน ในประเทศของตนเอง ในระหว่างการทำงานสนามศึกษาวิจัยของผู้เข้าอบรมนั้น เจ้าหน้าที่โครงการจะเดินทางไปให้คำปรึกษาและออกติดตามให้คำแนะนำและร่วมแลกเปลี่ยนในพื้นที่แต่ละประเทศตามความเหมาะสม ในการกลับไปในประเทศของตนนั้นได้ก่อให้เกิดการนำเอาประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนรู้ในห้องฝึกอบรมและการศึกษาดูงาน กรณีศึกษาในประเทศไทยไปวิเคราะห์เปรียบเทียบและพิจารณาปัญหาในประเทศของตน  ทั้งนี้การนำไปพินิจพิเคราะห์นั้นได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อบริบททางการเมือง สังคม วัฒนธรรม และนิเวศวิทยา ที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศทำให้มีการทำความเข้าใจประเด็นปัญหาในประเทศของตนได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงเข้าใจและตั้งรับในประเด็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก
ช่วงที่ ๔  พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ถึง ธันวาคม  ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของโครงการ ผู้เข้าอบรมจากแต่ละประเทศจะได้นำเอาผลงานวิจัยของตนเองมานำเสนอและร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่สำคัญในการทำงานวิจัยเชิงปฏิบัติการ เนื่องจากบริบททางการเมือง สังคม วัฒนธรรม และนิเวศวิทยาของแต่ละประเทศแตกต่างกัน การทำงานวิจัยจึงต้องมีความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ ดังนั้น วิธีวิจัยและกลยุทธ์ที่แตกต่างกันออกไป กระบวนการวิจัยในพื้นที่ที่มีบริบทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจึงเป็นเรื่องท้าทายและก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งของผู้เข้าอบรม
การลงพื้นที่ศึกษาดูงานการจัดการและอนุรักษ์ป่า ป่าชุมชน อำเภอสอง จังหวัดแพร่  และหลังจากเสร็จสิ้นการอบรมแล้ว มูลนิธิฯ จัดได้มีการจัดงานมอบใบประกาศนียบัตรให้กับผู้เข้าอบรมทุกคนก่อนเดินทางกลับประเทศของตนเอง
๒. โครงการสนับสนุนการสร้างเครือข่าย (ประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก)
ในปีนี้ ๒๕๖๕ มูลนิธิฯ วางแผนไว้ว่าจะดำเนินโครงการสนับสนุนการสร้างเครือข่าย โดยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าอบรมแต่ละรุ่น ให้มีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อการสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันในอนาคต รวมทั้งการทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคมอื่นๆ ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำโขงโดยการดำเนินโครงการนี้ เราจึงจำเป็นที่จะใช้อาสาสมัครจากต่างประเทศเพื่อ ช่วยในการติตต่อประสานงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพทางด้านภาษาอังกฤษ และเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตะวันออก และตะวันตก
การจัดให้มีการประชุมเครือข่ายประจำปีในประเทศ และระหว่างประเทศ นั้นสามารถที่จะจัดขึ้นได้ อย่างน้อย ปีละ ๒ ครั้ง โดยหมุ่นเวียนประเทศเจ้าภาพ ในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง เพื่อให้เกิดทำวางแผนและการทำงานร่วมกัน ตลอดจน สามารถติดตามความก้าวหน้าของโครงการ และปัญหาต่างๆเกี่ยวกับ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อน ของแต่ละประเทศนั้น
โครงการช่วงที่๑ เดือน มีนาคม  ๒๕๖๕ ประชุมเครือข่ายโลกร้อนไทย
โครงการช่วงที่๒ เดือน กันยายน  ๒๕๖๕  เวทีวิชาการและแลกเปลี่ยน
โครงการติดต่อประสานงาน และการเตรียมเอกสารการประชุม มกราคม-มีนาคม ๒๕๖๕
๓.โครงการฝึกอบรมนิติศาสตร์สิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง     
โครงการฝึกอบรมนิติศาสตร์สิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง ได้เริ่มดำเนินโครงการในปี พ.ศ ๒๕๕๘  เป็นโครงการระยะสั้นของมูลนิธิ เพื่อฝึกอบรมให้กับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการปกป้องรักษ์ษาสิ่งแวดล้อมอันมีค่าของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
รูปแบบการฝึกอบรม คือ การฝึกอบรมระยะสั้นในพื้นที่ประเทศไทย ณ สำนักงานของมูลนิธิ หรือ สถานที่อื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ทางมูลนิธิเห็นสมควร และ การฝึกอบรมนอกพื้นที่ เช่น การลงพื้นที่ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านกฎหมาย ทั้งในพื้นที่ประเทศไทย และ พื้นที่กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ซึ่งจะเป็นไปในรูปแบบการสร้างเครือข่าย เพื่อการทำงานร่วมกันในอนาคต  เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายประเทศอาเซียน( โครงการที่ ๒) จะสามารถจัดขึ้นได้ในช่วงเดือน กันยายน ถึง เดือน พฤศจิกายน ขึ้นอยู่กับการติดต่อและประสานงานในแต่ละปี นั้นๆ
อาสาสมัคร ที่จะเข้าร่วมอบรมจะมาจากนักกฎหมายรุ่นใหม่จากกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง  คือ จีน ลาว พม่า ไทย กัมพูชา และ เวียดนาม และ กลุ่มเป้าหมาย ประชาชน นักศึกษาทั่วไปที่มีความสนใจเข้าแลกเปลี่ยนเพื่อพัฒนาศักยภาพทางด้านความรู้ด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ในการนำไปปรับใช้ในการทำงานเพื่อสังคมโดยรวมต่อไป
เริ่มโครงการฝึกอบรม ช่วง ตุลาคม ๒๕๖๕ และ พฤศจิกายน ๒๕๖๕
๔ .โครงการสื่อสารและสนับสนุนกิจกรรมชุมชนไทย   
เป็นโครงการที่เริ่มขึ้นและดำเนินโครงการมาตั้งในปี ๒๕๖๑  เป้าหมายของโครงการเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของชุมชน ในประเทศไทย ในกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ กิจกรรมวันแม่แห่งชาติ กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ และกิจด้านวันสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่แต่ละชุมชนจัดขึ้น โดย มูลนิธิสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมนจัด กับหน่วยงานของรัฐ และองค์กรชุมชน ทั้งกรณีที่ได้รับหนังสือเชิญ และ กรณีมูลนิธิขอเสนอตัวเข้าเป็นผู้ร่วมจัด
โครงการสือสารและสนับสนุนกิจกรรมชุมชนไทย นั้น ทางมูลนิธิ มีความคาดหวังว่า จะสามารถ ช่วยพัฒนาและมีส่วนร่วมในทุกๆกิจกรรมของชุมชนไทย ในด้านต่างๆ เพื่อยกระดับ ให้ชุมชนมีความเข้มเข็ง และสนับสนุนให้ชุมชน ได้มีกิจกรรมที่ช่วยอนุรักษ์และรักษา วัฒนธรรมไทย และวิถีชีวิติไทย และสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ป่า น้ำ ดิน เพื่อปนระโยชชน์โดยรวมต่อชุมชนและประเทศไทย ต่อไป
โครงการสือสารและสนับสนุนกิจกรรมชุมชน นั้น ทางมูลนิธิๆ ได้วางแผนโครงการ ไว้ตลอดปี คือ ๑๒ เดือน เพื่อสามารถตั้งงบประมาณ  และเบิกจ่ายได้ ในช่วงที่มีกิจกรรมในแต่ละเดือนนั้นๆ ของชุมชนในแต่ละที่ ที่ทางมูลนิธิเห็นว่าสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมและสนับสนุน หรือได้รับการต่อติด จากทางชุมชน และหน่วยงานของรัฐบาล


งบประมาณการค่าใช้จ่าย โครงการผึกอบรมและพัฒนาศักยภาพ  ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕

รวมงบประมาณ โครงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพ ปี ๒๕๖๕  เป็น  ๓,๕๒๙,๐๐๐.๐๐ บาท


งบประมาณการค่าใช้จ่ายโครงการสนับสนุนการสร้างเครือข่ายในปี พ.ศ. ๒๕๖๕

รวมงบปนระมาณโครงการสนับสนุนการสร้างเครือข่ายปี ๒๕๖๕ เป็น ๑,๓๙๐,๐๐๐.๐๐ บาท


งบประมาณการค่าใช้จ่ายโครงการฝึกอบรมนิติศาสตร์สิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขงในปี พ.ศ.๒๕๖๕

รวมงบประมาณโครงการฝึกอบรมนิติศาตร์สิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขงปี ๒๕๖๕ เป็น ,๐๔๐,๐๐๐.๐๐ บาท


งบประมาณการค่าใช้จ่ายโครงการสื่อสารและสนับสนุนกิจกรรมชุมชนไทย ในปี ..๒๕๖๕

รวมงบประมาณการค่าใช้จ่ายโครงการสือสารและสนับสนุนกิจกรรมชุมชนไทย ในปี ..๒๕๖๕  เป็น ๓๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท


งบประมาณการค่าใช้จ่ายสำนักงานและการบริหารงานมูลนิธิ  ในปี พ.ศ.๒๕๖๕

รวมงบประมาณการค่าใช้จ่ายสำนักงานและการบริหารงานมูลนิธิปี ๒๕๖๕  เป็น   ,๕๘๒,๙๔๕.๐๐  บาท


รวมงบประมาณการค่าใช้จ่ายทั้ง ๕ หมวด มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   ประจำปี ๒๕๖๕ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น  ๑๑,๘๔๑,๙๔๕.๐๐ บาท (สิบเอ็ดล้านแปดแสนสี่หมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยสี่สิบห้าบาท )

 

อนุมัติแผนงานงบประมาณปี ๒๕๖๕ โดยประธานกรรมการมูลนิธิฯ

 

                                           

(ดร.ไพบูลย์ เฮงสุวรรณ)