โครงการชุมชนติดตามสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก
มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิและดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ การดำเนินงานมุ่งเน้นการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคคลด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน ชุมชนพื้นถิ่นอย่างกว้างขวาง ทางมูลนิธิฯ จึงได้กำหนดแผนงานโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาและหนุนเสริมให้มีการใช้หลักการด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชนให้มากขึ้นในการจัดการและพัฒนาโครงการต่างๆที่จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยความเป็นธรรมและยั่งยืน การจัดการปัญหาสภาวะโลกร้อนด้วยความเป็นธรรม Climate Justice . การทำงานผ่านการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อให้เกิดการร่วมมือสนับสนุนทั้งข้อมูล เสริมสร้างศักยภาพให้มีความเข้มแข็งในการปกป้องสิทธิและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติรักษาไว้ซึ่งระบบนิเวศน์ที่มีคุณค่าของลุ่มน้ำโขงที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของประชาชนผู้อาศัยและพึ่งพาแม่น้ำโขงตอนล่าง เช่น ไทย พม่า ลาว กัมพูชา และ เวียดนาม
การพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานจากฟอสซิส ที่เติมโตเร็วมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก เพราะจากการปล่อยก๊าซคาร์บอน ก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาล การกำหนดนโยบายการแก้ปัญหาโลกร้อนยังไม่มีความเป็นธรรมและยั่งยืนพอ ถ้าทั้งโลกยังพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิสมากเกินไป แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโลกร้อนมากที่สุด คือ ชุมชนพื้นถิ่น ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการและไม่ได้รับความเป็นธรรมและการแก้ปัญหาที่ตรงจุด รวมถึงการขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสิทธิของชุมชนคือสิ่งที่สำคัญต่อการดำเนินโครงการของมูลนิธิที่ผ่านมา
มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ดำเนินโครงการเป็นประจำทุกปี ทั้งหมด ๔ โครงการ คือ
๑.โครงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพ
๒.โครงการสนับสนุนการสร้างเครือข่าย
๓.โครงการชุมชนติดตามสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก (การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม)
๔. โครงการสื่อสารและสนับสนุนกิจกรรมชุมชนไทย
โครงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพ เป็นโครงการหลักของมูลนิธิ การจัดฝึกอบรมเป็นเวลาประมาณ ๗ เดือน พฤษภาคม ถึง พฤศจิกายน ให้กับผู้สนใจจาก ๕ ประเทศลุ่มน้ำโขง ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม เมียนมาร์ โดยรับอาสาสมัครประเทศละ ๒ และ จากประเทศเมียนมาร์ ๖ คน เข้าร่วมโครงการ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมกันสร้างเครือข่าย
การทำงานด้านสังคมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันให้เกิดการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งนี้ในแต่ละปีจะมีการรับสมัครผู้สนใจเข้าอบรมในระดับรากหญ้าและผู้ที่สนใจปัญหาดังกล่าวอย่างแท้จริง โดยสถานที่ฝึกอบรมตั้งอยู่ที่ ณ ที่ทำการมูลนิธิฯ เลขที่ ๑๗๙ หมู่ที่ ๑ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โครงการฝึกอบรมดังกล่าว ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นมา
โครงการสนับสนุนการสร้างเครือข่าย การทำงานสร้างความร่วมมือทางด้านการรักษาวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม กับองค์กรภาคีต่างๆ ที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศแถบลุ่มน้ำโขง ที่อาจกำลังเจอปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากโครางการพัฒนาต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือ เกิดขึ้นแล้ว ทางมูลนิธิจะเป็นองค์กรกลางเพื่อการประสานงาน เพื่อให้เกิดการสร้างความเป็นธรรมและร่วมมือในการรักษ์ษาสิ่งแวดล้อมและอากาศที่สะอาด ในภูมิภาคกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ในรูปแบบเครือข่าย โครงการสนับสนุนการสร้างเครือข่าย ทั้งระดับชุมชน ระดับประเทศ และ ระดับสากล
การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเชิงปฏิบัติการให้กับชุมชนและคนรุ่นใหม่ ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก และความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศโลก Climate Justice การสร้างเครือข่ายทั้งระดับประเทศและระดับสากล เพื่อให้มีการทำงานร่วมกันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดจนทำความเข้าใจกฎหมายพื้นฐานระหว่างประเทศที่มีความแตกต่างกัน เพื่อสามารถน้ำไปปรับใช้ในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบาย
โครงการชุมชนติดตามการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ใน ปี ๒๕๖๙ การดำเนินโครงการในรูปแบบเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม การรณรงค์ให้หยุดใช้พลังงานจากฟอสซิล เพื่อผลักดันให้ใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นเหตุให้เกิดเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศโลก ร่วมเสริมสร้างสนับสนุนสิทธิชุมชนในการร่วมแก้ปัญหาโลกเดือดด้วยความเป็นธรรมและยั่งยืน การจัดเวทีสาธารณะเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับสังคมโดยรวม ในระดับชุมชน ระดับประเทศ และ สากล เพื่อส่งเสริมการสร้างความร่วมมือในการทำงานเพื่อสังคมที่เป็นธรรม
โครงการสื่อสารและสนับสนุนกิจกรรมชุมชนไทย การสนับสนุนกิจกรรมร่วมกับรัฐบาลเพื่อสนับกิจกรรมชุมชนไทย เช่น งานกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ กิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมโลก กิจกรรมวันแรงงานสากล และกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของชุมชนไทย การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานของภาครัฐในการจัดกิจกรรมและสนับสนุนชุมชนในการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัญหาอากาศ PM.2.5 และ แม่น้ำปนเปลื้อนสารพิษ มูลนิธวางแผนที่จะสนับสนุนและการทำงานร่วมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหาและการบริการช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบในแต่ละปี
โครงการชุมชนติดตามสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก (การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม)
โครงการโครงการชุมชนติดตามสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการในปี พ.ศ ๒๕๖๗ โครงการชุมชนติดตามสภาวะการเปลี่ยนแลงภูมิอากาศโลก จึงได้เน้นและได้แรงบันดาลใจอันแรงกล้าที่จะดำเนินโครงการเพื่อร่วมสนับสนุนชุมชนและเครือข่ายสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย และ ระหว่างประเทศเพื่อติดตามปัญหาสภาวะโลกร้อน โลกเดือด โลกรวน การวิเคราะห์หาสายเหตุที่แต้จริงที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาสโลก การทำงานกับชุมชนเพื่อให้ชุมชนและผู้คนได้ตั้งรับและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศโลกที่กำลังเกิดขึ้น เพิ่มความรุ่นแรงขึ้นทุกวัน ตัวอย่างที่ชัดมาก คือ การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ที่สร้างผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนที่ทำอาชีพเกษตรกรรม ยังรวมถึงชุมชนประมงพื้นบ้านตามชายฝั่งทะเล ที่ไม่สามารถที่จะวางแผนการทำอาชีพได้ในแต่ละปีและยังสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการดำรงชีวิตของผู้คนและระบบนิเวศน์ของสิ่งแวดล้อมโลก
โครงการติดตามสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก โครงการในปี พ.ศ ๒๕๖๙ เป็นโครงการของมูลนิธิ เพื่อการฝึกอบรมให้กับคนรุ่นใหม่ และ ชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึง จัดเวทีสาธารณะการประชุมเชิงวิชาการและปฏิบัติการเพื่อการร่วมแก้ไขลดปัญหาโลกร้อนโดยทำความเข้าใจกับพลังงาน(ฟอสซิส)ที่ก่อปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การตั้งรับรับปรับตัวต่อการดำรงชีวิตโดยพึ่งพาฐานทรัพยากรชุมชนเป็นหลัก การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม Just Energy Transition คือ รูปแบบการจัดการพลังงานที่เป็นธรรมโดยชุมชนสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือกและพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดลดการปล่อยคาร์บอนฯ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เป็นต้น มูลนิธิยืนยันหลักการ การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม Just Energy Transition ต้องเป็นธรรมและสะอาดตั้งแต่แนวคิดจนถึงการผลิตไฟฟ้า และ ชุนชนต้องอยู่ได้โดยพลังงานบนฐานทรัพยากรของชุมชนเอง โดยการสนับสนุนหลักสิทธิชุมชนสู่ความยั่งยืนด้านพลังงานสะอาด
โดยจะเริ่มดำเนินโครงการ ตั้งแต่ เดือน มกราคม ๒๕๖๙ ถึง ธันวาคม ๒๕๖๙ โดยมูลนิธิฯจะทำหน้าที่ จัดหางบประมาณ และ ประสานงานโครงการและทำงานร่วมกันกับภาคีเครือข่ายสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย รวมถึง ระหว่างประเทศ เช่นการจัดเวทีวิชาการสาธารณะด้านพลังงานที่เป็นธรรม การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการอบรมเทคนิคการติดตั้งการใช้พลังงานสะอาดและยั่นยืน เช่น โซล่าเซลส์ รวมถึงจัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนเพื่อสนับสนุนข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเป็นธรรมด้านสภาพภูอากาศ Climate Justice และ สิทธิของชุมชนในการเข้าถึงและมีส่วนร่วมในการจัดการพลังงานสะอาดของชุมชนและเครือข่าย
มูลนิธิและเครือข่ายได้วางแผนการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านพลังงานสะอาดการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมในปี ๒๕๖๙ ในพื้นที่ชุนชนภาคใต้ จังหวัดสงขลา

